Basic : 01

Published December 25, 2011 by tayakorn

Basic 01  เทคนิคง่ายสุด ๆ มุมมองที่ดีทำให้รูปคุณสวยขึ้น

      ภาพทั้ง 3 ภาพด้านล่างนี้ถ่าย ที่สถานที่เดียวกัน เวลา ใกล้เคียงกัน แต่มุมมองต่างกัน
ก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ถ้าเรานึกมุมมองก่อน เราจะได้ภาพที่ดีขึ้น ในตัวอย่างที่ 1 นี้
มุมมอง ให้ความสำคัญที่ ฉากหลัก ดูตัวอย่างพร้อมคำอธิบายประกอบ นะครับ


ภาพที่ 1 เห็นว่าฉากหลังไม่สวย คือ กดชัตเตอร์ ลงไปเลย โดยไม่ได้คำนึกถึงภาพ
ที่ออกมา ผลก็คือ ฉากหลังดูรก รุงรัง ดูแล้วขัดตาต่างจาก 2 ภาพด้านล่าง


ภาพที่ 2 ภาพนี้ถ่ายโดยย่อตัวลงมาต่ำกว่าภาพที่ 1 เลือกฉากหลักที่เป็นกำแพงขาว ๆ
แทนที่จะรกเหมือนภาพแรก ก็ทำให้ภาพดูดีขี้น โดดเด่น คือสิงโต และ ดอกบัวเด่นขึ้น

ภาพที่ 3 ภาพนี้ต่างกัน คือเข้าไปใกล้ สิงโตให้มากที่สุด และ มองจากมุมสูงลงมา
เลือกฉากหลังที่เป็น สระน้ำมีใบบัวอยู่ด้วย เพื่อรับกับ ดอกบัวที่บูชาอยู่หน้าสิงโต
บนใบบัวก็ยังมีหยดน้ำอยู่อีก ภาพที่ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า 2 ภาพแรกใช่ไหมครับ แต่ถ้าคุณ
ชอบเห็นสิงโตชัด ๆ ก็เลือกแบบภาพที่ 2 จะดีกว่าครับ

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ก่อน กดชัตเตอร์ ลองมองดูฉากหลักของรูปด้วย เพื่อจะได้ภาพที่ดีขึ้น
2. มุมมองที่ต่างไป คือ ก้ม เงย เอียง ล้วนมีผลทำให้ได้ภาพที่ต่างไป ก่อนถ่ายรูป
ลอง ก้ม หรือ เงย ดู บ้างอาจได้มุมมองที่ น่ารัก น่าสนใจ ขึ้นนะครับ

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 02

Published December 25, 2011 by tayakorn

 

Basic 02 ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ด้วยการเพิ่มค่า ความไวแสง

      จริง ๆ แล้วเรื่องความไวแสง หรือ ค่า ISO นั้น บางคนบอกว่าไม่น่าจะเป็นความรู้ระดับ
เบื้องต้น แต่ผมมองต่างกันครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ และ เป็นปัญหาคาใจของ
นักถ่ายรูปมือใหม่ คือ ทำไม ภาพ เบลอ บางครั้งกล้องคุณป้องกันการสั่นของมือได้ แต่
ปัญหา คือ ภาพที่คุณถ่าย ไม่นิ่งครับ ต่อให้มือคุณไม่สั่นเลย ก็ไม่อาจถ่ายภาพคมชัดได้ หาก
ไม่ตั้งค่า ความไวแสง หรือ ISO ให้ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่กล้องทุกวันนี้ มีค่า ISO สูง ๆ
กันแล้วทั้งนั้น เราเสียเงินซื้อกล้องแพง ต้องรู้จักใช้ หลักการคือ เมื่อถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย
หรือ ภาพที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ และแสงไม่พอ อย่าลืมเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นด้วย
แต่ ถ้าในสภาพแสงดี จงถ่ายด้วย ISO ที่ต่ำที่สุด คือ 100 หรือ 200 เพื่อให้ภาพที่ดี
เพราะผลของการเพิ่มค่า ISO คือ จะได้ภาพที่มีเม็ดสีหยาบ หรือที่เรียกว่า noise ครับ


ภาพที่ 1 ถ่ายภาพ การแสดง ด้วย ISO 200 ทำให้ ภาพไม่คมชัดพอ ไม่สามารถเอาไป
โชว์เพื่อน ๆ ได้แล้ว และ เก็บไว้ก็เปลืองพื้นที่ด้วยสิ

ภาพที่ 2 ปรับค่า ISO ของกล้องเป็น 400 เห็นไหมครับว่า สวยและคมขึ้นได้แสง
ที่สว่างมากขึ้นด้วย และ ยังเห็นดาบ เป็นความเคลื่อนไหว ที่ดีพองาม คือรู้สึกได้ว่ากำลัง
สู้กันอยู่ ไม่ได้ ยืนนิ่ง ๆ เอาดาบชนกัน

ภาพที่ 3 ภาพนี้ ISO 800 ครับหยุดความเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากเลย สังเกตุให้ดี
เห็นคนที่นอนหงายท้อง พึ่งจะล้มลง และ ดาบที่ฟันกัน นั้นยังเห็นประกายไฟ กระจายด้วย
ภาพก็สว่างมากขึ้น ได้อารมณ์ดี เห็นไหมครับว่าเพียงเราเพิ่มค่า ISO เท่านั้นก็ถ่ายภาพแบบ
นี้ได้แล้ว แต่ก็ต้องฝึกฝนนะครับ มือใหม่ ก็จะได้กลายเป็นมือโปร กะเขาได้ เอาใจช่วย..นะ

สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. เมื่อต้องถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยและภาพเคลื่อนไหว อย่าลืมเพิ่ม ISO
2. การเพิ่มค่า ISO หรือ ค่าความไวแสงของกล้อง ทำให้กล้องมีความเร็วชัดเตอร์ขึ้น
3. สำคัญที่สุดเลย อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม ปรับ ISO กลับไปที่ 100 เหมือนเดิม
หลังจากถ่ายรูปในที่แสงน้อยเสร็จแล้ว ตรงนี้สำคัญที่สุด ฝึกให้คุ้นเคย .. นะครับ

 

Credit : http://www.ohophoto.com

Basic : 03

Published December 24, 2011 by tayakorn

Basic 03 ถ่ายภาพนก ได้มาแต่ลูกกรง แก้ไขอย่างไร

     ปัญหานี้มักเกิดขึ้นตอนเราไปเที่ยวสวนสัตว์ ใช่ไหมครับ ถ้ามือเก่า ๆ (อาจแก่ด้วย) ก็คง
ไม่มีปัญหากับการถ่ายภาพในกรง วิธีการแก้ไข ตรงนี้ มือใหม่ ถ้าทำได้ ก็ถือว่าเก่งขึ้นแล้วครับ
ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงรู้จักการกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว มือใหม่หลายคน ไม่ยอม หรือ
ไม่เคยรู้เลยครับ ว่าแค่กดชัตเตอร์ลงครึ่งเดียว ก่อนการกดจริง จะทำให้ได้ภาพที่ดี ๆ มากขึ้น
วิธีการคือ เล็ก โฟกัส ไปที่นก แล้วกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว พอกล้องจับภาพนกในกรงชัด
ก็จะมีเสียง ติ๊ดๆ เสียง กล้องนะครับ ไม่ใช่รอฟังเสียงนะ..แฮะ ๆ ก็กดชัตเตอร์ลงไปให้สุดจน
ตัด แชะ เท่านี้ก็ได้ภาพนกแล้วครับ
อีกสักนิด หากว่าเล็งอย่างไร ก็มียอมโฟกัสทะลุกรงได้ เกิดกับกล้องบางชนิดที่อาจมีความ
สามารถในการโฟกัส ไม่ดีหรือดีเกิน ใช้วิธีง่าย ๆ คือ ดูระยะว่านกห่างจะกรง กี่เมตร สมมุติ
ว่าหากจากกรง 2 เมตร เราก็เอากล้องไปถ่ายสถานที่ข้างเคียงหาวัตถุอะไรก็ได้ที่ห่างกล้อง
ประมาณ 2 เมตร มีสภาพแสงไม่ต่างกันนัก เล็งวัตถุอันนั้น แล้วกดชัตเตอร์ ให้โฟกัส แล้ว ก็
ค้างไว้ ค้างไว้ รีบหัน กลับมาที่กรง เล็งนกตัวเดิม แล้วกด แชะ เลย รับรองวิธีนี้ไม่มีพลาด
ลองดูนะครับ แล้วจะได้ความรู้ เพิ่มความสามารถในการใช้กล้องขึ้นถึง 2 แบบเลยคราวนี้

ภาพที่ 1 ถ่ายภาพนก แต่ กล้องโฟกัส ที่กรงเลยไม่เห็นนกเลย


ภาพที่ 2 หลังจากโฟกัสไปที่นกก่อน แล้วค่อยกดโฟกัส ค้างไว้จนชัด แล้ว กดชัตเตอร์
จะเห็นว่าเราได้ภาพนกที่ชัดเจน แทบจะไม่เห็นกรงเลย

ภาพที่ 3 หากฝึกจนชำนาญ ก็แทบจะทำให้กรงหายไปเลยครับ หรือ หากเรานำไป
ตกแต่งเล็กน้อย คือตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นตัวนกก็จะได้ภาพงาม ๆ เลยทีเดียวละ..

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ควรกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ทุกครั้ง ก่อนถ่ายภาพ เพื่อโฟกัสก่อน
2. หากการโฟกัสยากในบางสถานการณ์ ก็ให้โฟกัส ที่อื่นที่ระยะเท่ากันก่อนแล้ว
ค่อยกลับมา กดชัตเตอร์ ภาพที่เราต้องการ แต่การโฟกัสที่อื่น ควรมีสภาพแสงที่
เหมาะสมด้วย นะครับ

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 04

Published December 24, 2011 by tayakorn

 

Basic 04 ทางยาวโฟกัส ง่ายมาก ไม่พูดเลยเดี๋ยวพื้นฐานจะไม่ครบ จ้า..

    เวลาเพื่อน ๆ ซื้อกล้องมาเคยสังเกตุไหมครับว่าซูมสูงสุดได้เท่าใด เรารู้ได้จากกล้องจะ
ตัวเลขบอกไว้ เช่น 35-105 mm หรือ 28-200 mm บางที ก็ดูง่าย ๆ ที่ 3 X , 6 X
10 x , บางรุ่น ถึง 12 x หรือ 420 mm เลยทีเดียว
ทางยาวโฟกัส ยิ้งน้อย คือ 28 , หรือ 35 เรียกว่า มีเลนส์มุมกว้าง ทำให้ถ่ายภาพได้มาก
กว่าในระยะเดียวกัน คือ อยู่ในห้องแคบ ๆ ก็ถ่ายคนยืนหน้ากระดานได้ นับ 10 คน แต่กล้อง
บางตัว ต้องออกไปถ่ายนอกประตูห้อง เลยทีเดียว อย่างนั้น แสดงว่ามีทางยาวโฟกัสต่ำสุดมาก
ทางยาวโฟกัส ตั้งแต่ 80 mm ขึ้นไปเราเรียกว่า เลสน์ซูม หรือ ถ่ายไกล คือ สามารถดึง
รูปที่อยู่ไกล ๆ มาให้อยู่ไกล้ ๆ ได้ ดูภาพด้านล่างประกอบนะครับ แล้ว ในการเลือกซื้อกล้อง
ก็อย่าลืมดูเสมอ ว่ามีเลสน์ที่มีทางยาวโฟกัส เท่าใด เพียงพอกับการใช้งานหรือไม่..
รูปทั้ง 4 รูป ด้านล่าง ผมยืนถ่ายรูป จากที่เดียวกัน จุดเดียวกันแต่ถ่ายภาพด้วยทางยาว
โฟกัสที่ต่างกัน ได้ผลต่างกัน ดังนี้ครับ

ภาพที่ 1ถ่ายด้วยมุมกว้างสุด คือ 28 mm จะเห็นว่ามองเห็นได้กว้างไกล ทำให้เลนส์
มุมกว้างนี้เหมาะกับการถ่ายภาพวิว เป็นอย่างยิ่ง หรือ ถ่ายในอาคาร ก็ทำให้เราเห็นได้มาก
กว่าปรกติ ไม่ต้องถอยออกไปไกลเวลาถ่ายรูป

ภาพที่ 2 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 100 mm เห็นไหมครับว่าใกล้ขึ้นมาก

ภาพที่ 3 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 150 mm

ภาพที่ 4 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 200 mm ถ้าดูเทียบกับรูปแรก เห็นได้ชัดเลยว่า
กล้องสามารถซูมเข้าไปใกล้มาก ทั้ง ๆ ที่ยืนที่เดิม เข้าใจเรื่องทางยาวโฟกัสดีแล้วนะครับ
คราวนี้ แต่มีปัญหาที่ต้องระวัง 2 ประการ คือ ขณะที่ซูมมากๆ ความสว่างของกล้อง
และ ความไวของชัตเตอร์ จะลดลง ทำให้เราต้องถือกล้องให้นิ่งที่สุด หรือ ใช้ขาตั้งกล้อง
ซึ่งหลายคนจะพบว่า เวลาซูมมาก ๆ ภาพที่ได้อาจมีการเบลอ บ้าง ด้วยเหตุผลนี้เองครับ

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. เลนส์มุมกว้าง คือค่าน้อยกว่า 35 mm ทำให้เราถ่ายได้พื้นที่ภาพมากขึ้น
2. เลนส์ซูม หรือ เลนส์เทเล หรือ เลสน์ถ่ายไกล แล้วแต่จะเรียก ทำให้เราดึงวัตถุ
ที่อยู่ไกล ๆ ให้เข้ามาใกล้ได้ ทำให้ไม่ต้องเข้าไปหาวัตถุนั้นมากเกินไป
3. ขณะที่ถ่ายด้วยการซูม ให้ถือกล้องนิ่ง ๆ เพราะปกติ ความเร็วชัตเตอร์จะลดลง
หากไม่นิ่งภาพอาจเบลอได้ หรือ ควรใช้ขาตั้งกล้อง เช่นถ่ายภาพนก เป็นต้น

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 05

Published December 24, 2011 by tayakorn

 

Basic 05 จังหวะ จังหวะ จังหวะ ทำให้เราได้ภาพที่น่าสนใจ

     ตรงนี้ คงไม่ได้อยู่ที่กล้องราคาแพง หรือ มีคุณสมบัติเลศเลอ ครับ แต่เป็นความสามารถ
ในการถ่ายในจังหวะที่ดีกว่า ย่อมได้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวา มากกว่า บางคนถาพเหมือนกัน แต่
ทำไมดูดี หรือ ดูน่าสนใจต่างกัน ลองดูภาพด้านล่านี้แล้วประยุกต์ใช้กับ ภาพต่าง ๆ นะครับ


ภาพที่ 1นกเดินเรื่อยเปื่อย เราสามารถถ่ายภาพนี้ได้ไม่ยาก เพราะนกพิราบเชื่อง
กว่านกอื่น ๆ แต่ดูรูปที่ 2 พบว่า ภาพน่าสนใจกว่า


ภาพที่ 2 กดชัตเตอร์ จังหวะที่นกมองมายังเราพอดี ดูตามันสิ .. รอจังหวะย่อมได้ภาพ
ที่ดีขึ้น

ภาพที่ 3 ภาพคุณกา ที่มาเกาะอยู่ใกล้ ๆ ก็ว่าถ่ายยากเพาะไม่เชื่องเท่าไหร่แต่ธรรมดา
เกินไป ครับ ลองดูภาพด้านล่างสิครับ


ภาพที่ 4 กาาาาาาาาา กาาาาาาาาา พอคุณกา ร้อง กดชัตเตอร์พอดี เห็นไหมครับว่า
ภาพตลก และ ดูมีชิวิตขึ้นมาทันที

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ภาพบางภาพรอจังหวะ อีกนิด จะได้ภาพที่มีชีวิตชีวา
2. ต้อง สังเกตุ และ คาดเดา ว่าจะมีเหตุการณ์อะไร น่าสนใจ แล้วกดชัตเตอร์ให้ทัน
ทำให้ภาพนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หลายคน ถ่ายตอนกระโดด ก็มี หรือ ถ่ายภาพตอน
กำลังหัวเราะ อะไรทำนองนี้ หรือ ถ้าคุณถ่ายแมว หาว งูแลบลิ้น ได้อะไรทำนองนี้
ภาพที่ได้จะน่ารักมากครับ ลองดูนะครับ จังหวะ จังหวะ จังหวะ

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 06

Published December 24, 2011 by tayakorn

 Basic 06 รูปเสียมากมาย เพราะ ถ่ายย้อนแสง แก้อย่างไร..

     ไม่น่าเชื่อครับว่ามีภาพเป็นจำนวนมากมาย ที่ต้องเสียไปเพราะ ผู้ถ่ายไม่ทราบหลักการนี้
เรื่องของเรื่อง คือ ก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ให้ดูทิศทางของแสงก่อน เสมอ ถ้าไม่จำเป็นก็
ไม่ควรถ่ายภาพในสถานการณ์ย้อนแสง คือ แสงด้านหลังมีความสว่างมาก ถ่ายออกมาก็จะเกิด
ดังภาพตัวอย่างที่ 1 และ 2 หลักการแก้ไข ก็มีครับ ในระดับเบื้องต้น ขอให้แก้ไขง่าย ๆ ก่อน
คือ แก้ไข โดยการ เปิด แฟลซ แค่นั้นเอง ครับ การเปิด แฟลซ นั้น แม้บางครั้ง การแดด
เห็นช่างภาพบางคนเปิดแฟลซ ถ่ายรูป อย่า ไปตลกเขานะครับ นั้นเขาทำดีและ ถูกต้องครับ
แต่ถ้า ภาพที่คุณถ่าย ย้อนแสง แต่เป็นวัตถุขนาดใหญ่ และ อยู่ใกล ๆ ก็ต้องคอยดู
ความรู้ระดับกลาง แล้วครับ เพราะ นั้นคุณต้องเรียนรู้ การวัดแสงเฉพาะ จุด ซึ่งยุ่งยากว่า
ตอนนี้ จำง่าย ๆ คือ ถ้าจำเป็นต้นถ่ายย้อนแสง เปิดแฟลซ ทุกครั้งนะครับ…….

ภาพที่ 1 เสียดายจังภาพหลานชายภาพนี้ เห็นแต่ทะเล แต่ไม่เห็นคน เพราะ
ถ่ายภาพย้อนแสง ถ้าหามุมใหม่ อาจจะได้ภาพที่สวยกว่านี้


ภาพที่ 2 ภาพนี้ก็ย้อนแสงเช่นกัน ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ ว่าแค่หน้าต่าง บานสองบาน
ก็ทำให้เราไม่สามารถถ่ายภาพได้แล้ว อย่างนี้ก็ถือว่าย้อนแสงครับ ถ่ายมาก็เสียหมด

ภาพที่ 3 รูปเดียวกัน สถานที่และวันเดียวกันกับภาพที่ 2 แต่ดูสนใจกว่า แก้ไขง่าย ๆ
คือเปิดแฟลซ เท่านั้นเอง ก็สามารถเก็บภาพงาม ๆ นี้ไว้ให้หลานชายเป็นที่ระลึกได้แล้ว

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ไม่ควรถ่ายภาพย้อนแสง ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
2. ถ้าจำเป็นต้องถ่ายภาพย้อนแสงเมื่อไหร่ ก็อย่างลืมเปิดแฟลซ ด้วยนะครับ

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 07

Published December 24, 2011 by tayakorn

Basic 07 ถ่ายกลางคืน เปิดแฟลซแล้ว ภาพไม่สวยเลย (เกี่ยวเนื่องกับข้อ 6)

     ไหน ๆ ก็กล่าวถึง การใช้แฟลซ ช่วยแล้วในข้อที่ 6 คือ ถ่ายย้อนแสง ยังมีอีกสถานการณ์
หนึ่งครับ คือ เปิดแฟลซ เพื่อถ่ายภาพตอนกลางคืน แต่ฉากหลัง สวย ๆ หายไปหมดเลย
ข้อ 6 ฉากหลัง ยังอยู่ แต่คนมืดดำ ในข้อนี้ ฉากหลังมืดดำ แต่คนขาว จั๊วะ เหมือนกับ
เรายืนถ่าย กับผนังห้องสีดำ แล้วจะถ่ายไปทำไมกันนี่ ……. อย่าพึ่ง ต๊กใจ ครับ…
วิธีแก้ง่ายนิดเดียว กล้องทุกวันนี้ จะมีโหมด ง่าย ๆ ให้เราใช้หนึ่ง โหมด แต่มือใหม่เรา
มักจะไม่ค่อยสนใจ หรือ ไม่รู้ว่าประโยชน์มันคืออะไร เขาเรียกภาษาอังกฤษว่า
Slow Synchronize flash อ่านว่า สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ แปลว่า แฟลซที่สัมพันธ์
กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ อย่าพึ่งตกใจนะครับ เดี๋ยว หาว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของมือใหม่
ลอง เปิดกล้องของท่านดู จะพบว่า การตั้งแฟลซ แบบนี้ง่ายนิดเดียว คลิกไม่กี่ทีเอง ลองดู
แล้ว ฉากหลังงาม ๆ ก็จะมาอยู่กับรูปสวย ๆ หล่อ ๆ ของคุณครับ

ภาพที่ 1 รูปข้าพเจ้าเองครับ ไม่ได้ยืนอยู่ ในห้องสีดำนะครับ แต่เปิดแฟลซแบบธรรมดา
ถ่ายออกมา ก็เลยเป็นแบบที่เห็น ๆ นี่ละครับ แก้ไขได้ตามภาพที่ 2 ครับผม

ภาพที่ 2 นั่นแน่… จริง ๆ แล้วฉากหลังของผมสวยมากครับ เป็นโรงแรมแห่งหนึ่ง
ในกรุงเทพ ผมยืนอยู่บนสะพานกรุงเทพ ภาพนี้ถ่ายได้โดยการใช้แฟลชสัมพันธ์กับ
ความเร็วชัตเตอร์ ต่ำ ครับผม ลองฝึกดูนะครับ


ภาพที่ 3 ภาพนี้ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ และน่าเสียดายมาก คือ ถ่ายรูปหมู่กับฉากหลังมืด ๆ


ภาพที่ 4 สถานการณ์เดียวกัน คือถ่ายภาพกับ โลกใต้ทะเล แต่ภาพที่ 4 เห็นทั้งคน
เห็นทั้งปลา เอาไปอวดใครก็ได้ว่าดูสิปลาตัวใหญ่กว่าฉันอีก .. อะไรทำนองนี้ครับผม
ภาพ นี้ก็ใช้ สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ ครับผม ถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากกับไปแก้มือแล้ว
ใช่หรือเปล่าครับ อย่าลืมนะครับ หากพบสถานการณ์นี้อีก คำนี้เลยครับ
สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ แปลว่า แฟลซที่สัมพันธ์  กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ
เป็นโหมดง่าย ๆ ที่เราควรใช้ได้ครับ จะทำให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สวยขึ้น
2. แต่มีสิ่งที่ต้องจดจำอยู่อย่างคือ เมื่อความเร็วชัตเตอร์ต่ำ แสดงว่า ภาพมีโอกาส
สั้นไหว หรือเบลอได้ง่าย ควรจับกล้องนิ่ง ๆ หรือ ใช้ขาตั้งกล้องช่วยนะครับ

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 08

Published December 24, 2011 by tayakorn

Basic 08 ถ่ายภาพผ่านกระจกในที่แสงน้อย แถมเรื่องแฟลชอีกหน่อย…

     ฝากอีกสักหน่อยนะครับ จะได้ต่อเนื่อง การใช้แฟลซง่าย ๆ ที่สุด คือการถ่ายผ่าน
กระจก ถ้าเราถ่ายตรง ๆ แสง จะสะท้องกระจกกลับมา แต่ถ้าถ่ายมุงเฉียง ๆ หน่อย ก็จะได้
ภาพที่สวยงาม ใสปิ๊ง ขอบคุณภาพเทคนิค ภาพที่ 1 จาก สยามโอเชี่ยนเวิล์ด สยาม
พารากอนครับ


ภาพที่ 1 แสดงการถ่ายภาพ เปิดแฟลซผ่านกระจกที่ถูก และ ผิด

ภาพที่ 2 ถ้าถ่ายผิด คือ ถ่ายตรง ๆ ผลก็จะเป็นดังภาพนี้ครับ

ภาพที่ 3 แม้จะเปิดแฟลซค่อยลง ก็่ช่วยได้ไม่มาก

ภาพที่ 4 แต่ถ้าคุณเอียงกล้องทำมุม ตามวิธีการในภาพที่ 1 ผลก็จะได้ภาพที่ใสปิ้ง
สวยอย่างภาพนี้ครับ หลักการนี้ไม่ยากเลยใช้ไหมครับ แต่มือใหม่หลายท่านไม่ทราบ
คราวนี้ภาพปลา สวย ๆ เสร็จเราแน่

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ถ้าต้องถ่ายภาพผ่านกระจก ให้เอียงทำมุมสักหน่อย อย่า ถ่ายตรง ๆ เพราะ
จะทำให้แสงแฟลช สะท้องเข้ามาในภาพ

 

Credit : www.ohophoto.com

Basic : 09

Published December 24, 2011 by tayakorn

 

Basic 09 ระวังเวลาถ่าย ภาพทะเล หรือ ภาพวิว อย่าให้ขอบฟ้าเอียง

     คำว่าขอบฟ้าเอียง ฟังดูแล้วอาจจะงง ดูรูปประกอบภาพที่ 1 จะเห็นว่า ท้องทะเล
มันเอียง เห็นไหมครับ ไม่ควรให้เหตุการณ์เกิดขึ้นกับภาพของคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็น
ทะเล วิว ภูเขา ถ้ามีเส้นขอบฟ้า หรือ นำสายตา ควรจะดูเสมอว่า ไม่เอียง นอกเสียจากว่า
คุณจงใจจะให้เอียงเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ก็ไม่เป็นไร

ภาพที่ 1 ขอบฟ้าเอียงเหมือนน้ำทะเลกำลัง จะหก เลยใช่ไหมครับ..อย่างนี้ไม่ดีครับ


ภาพที่ 2 ภาพที่ดีขอบฟ้าควรจะขนาน และ ตรง ไม่เอียงดังตัวอย่างภาพนี้

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. จำไว้นะครับ ไม่ควรให้ขอบฟ้า ในภาพของคุณเอียง ทำให้ภาพนั้นเสียความงาม
ไปได้ บางสถานที่เราไม่ได้ไปบ่อย ๆ

 

Credit : www.ohophoto.com


Basic : 10

Published December 24, 2011 by tayakorn

Basic 10 ภาพเงาสะท้อน แบบต่าง ๆ

           ภาพเงาสะท้อนหลาย ๆ แบบ ซึ่งไม่ได้ใช้เทคนิคใด ๆ เพิ่มเติมเลย เพียงแค่ กดชัตเตอร์
เท่านั้น ยกเว้นภาพแรก ที่อาจยากสักนิดสำหรับมือใหม่ แต่ก็ให้ดูเป็นตัวอย่างครับ
บางครั้งเราถ่ายแต่ภาพปกติ จนลืมมองดูเงาที่สะท้อนลงในน้ำ หรือกระจกว่า งามเพียงใด
การถ่ายรูปครั้งต่อไป อย่าลืมมองตรงนี้ด้วยนะครับ


ภาพที่ 1 นี่เป็นภาพที่ผมประทับใจมากภาพหนึ่ง วันนั้นฝนตกหนัก หลังจากฝนหยุด
ผมก็ได้ภาพนี้ คือมีน้ำนองเต็มพื้นแถวสนามหลวง ทำให้ได้ภาพเงาสะท้อนวัดพระแก้ว
พร้อมกับดวงไฟ ต่าง ๆ สวยงาม แต่ภาพนี้ ต้องใช้เทคนิคเพิ่มเติมอีกคือ การใช้ mode M
และ เปิดหน้ากล้องไว้ถึง 15 วินาที ตรงส่วนหลังนี้ เรียนรู้ในเทคนิคระดับกลางนะครับ


ภาพที่ 2 ภาพสะท้อนอาจไม่จำเป็นต้นใสมาก แค่แสงไฟสะท้อนก็งามแล้วครับ
อย่างภาพนี้


ภาพที่ 3 เห็นความงามของภาพเงาสะท้อนหรือยังครับ

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
1. ภาพเงาสะท้อนส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคสูง รอเวลา และสังเกตุเท่านั้น
2. การสะท้อน มีหลายแบบ แบบกระจก แบบแค่แสงไฟ หรือ แบบมีพรายน้ำภาพ

 

Credit: www.ohophoto.com